99 วันแรกของการขับเคลื่อนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร
วันที่จัดกิจกรรม 9/15/2026

99 วันแรกของการขับเคลื่อนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร “จากงานประจำ สู่ระบบที่มองเห็นปัญหา วัดผลได้ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกัน” ตลอด 99 วันแรกของการปฏิบัติหน้าที่คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เป้าหมาย
99 วันแรกของการขับเคลื่อนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร
“จากงานประจำ สู่ระบบที่มองเห็นปัญหา วัดผลได้ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมกัน”
ตลอด 99 วันแรกของการปฏิบัติหน้าที่คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การสร้างกิจกรรมให้มากขึ้น แต่อยู่ที่การทำให้บัณฑิตวิทยาลัยเป็น กลไกกลางของมหาวิทยาลัย ในการยกระดับคุณภาพบัณฑิตศึกษา โดยยึดหลักว่า “มหาวิทยาลัยได้อะไร และนิสิตได้อะไร” ทุกงานจึงต้องตอบได้ทั้งในมิติคุณภาพ ความรวดเร็ว ความโปร่งใส และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
โดยมีผลงานสำคัญในช่วง 99 วัน ดังนี้
1. วางทิศทางใหม่ของบัณฑิตวิทยาลัย — จากหน่วยงานธุรการ สู่ Strategic Partner ของทุกคณะ
ปรับแนวคิดการทำงานจากการรับเรื่องและดำเนินการตามขั้นตอน ไปสู่การเป็นหน่วยงานกลางที่ช่วยคณะ แก้ปัญหา พัฒนาคุณภาพ และผลักดันนิสิตให้สำเร็จการศึกษา โดยลงพื้นที่พูดคุยกับคณะ รับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงาน อาจารย์ และผู้บริหาร เพื่อนำข้อมูลจริงกลับมาปรับระบบส่วนกลางให้ตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น
2. ขับเคลื่อน “Quality & Intelligence Center” — เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเครื่องมือบริหาร
วางแนวทางพัฒนาศูนย์ข้อมูลและระบบวิเคราะห์คุณภาพบัณฑิตศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นสถานการณ์ของนิสิต หลักสูตร และผลการดำเนินงานผ่านข้อมูลจริง เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไปสู่ Data-Driven Management ที่สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงและตัดสินใจได้เร็วขึ้น
3. พัฒนา Early-Warning Dashboard — รู้ก่อน ช่วยก่อน หลุดจากระบบน้อยลง
ผลักดันระบบติดตามนิสิตที่มีความเสี่ยงต่อการล่าช้าหรือไม่สำเร็จการศึกษาตามแผน โดยมุ่งให้สามารถระบุกลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะแรก และเชื่อมต่อข้อมูลไปยังหลักสูตร อาจารย์ที่ปรึกษา และคณะ เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือก่อนปัญหาจะรุนแรง เปลี่ยนจาก “ตามเมื่อสาย” เป็น “เห็นก่อนและจัดการได้ก่อน”
4. ตั้งกลไก Graduation Acceleration — ทำให้การจบตามเวลาเป็นเรื่องที่บริหารจัดการได้
วางระบบเร่งรัดและติดตามการสำเร็จการศึกษา โดยใช้ช่วงติดตาม 7–14–30–60–90 วัน ตามระดับความเร่งด่วนของปัญหา มุ่งลดขั้นตอนที่เป็นคอขวด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำให้นิสิตแต่ละรายรู้ว่า “ติดตรงไหน ใครรับผิดชอบ และขั้นตอนต่อไปคืออะไร”
5. ยกระดับระบบทุน — จากการ “แจกทุน” สู่การ “ลงทุนในศักยภาพ”
ทบทวนแนวทางบริหารทุนให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และเชื่อมโยงกับคุณภาพทางวิชาการ โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพของผู้เรียน ผลงานวิจัย คุณภาพวารสาร และผลลัพธ์ที่มหาวิทยาลัยจะได้รับ เพื่อให้ทุกบาทของทุนเป็น Investment in Graduate Excellence มากกว่าการจัดสรรงบประมาณตามกรอบเดิม
6. เดินหน้า One-Year Master และ Micro-Credential — ทำหลักสูตรให้ทันโลกและทันผู้เรียน
ผลักดันแนวคิดหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น ระยะเวลาสั้น และตอบโจทย์คนทำงาน รวมถึง Micro-Credential ที่สามารถสะสมและต่อยอดการเรียนรู้ได้ เพื่อขยายฐานผู้เรียนใหม่ และสร้างโอกาสให้บัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยแข่งขันได้ในตลาดการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
7. เปิดเกมรุกด้านรายได้ — บัณฑิตวิทยาลัยต้องสร้างทั้งคุณค่าและความยั่งยืน
วางแนวทางหารายได้จากหลักสูตร การพัฒนาทักษะ การบริการวิชาการ ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายวิชาชีพ ตลอดจนการต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม โดยเปลี่ยนมุมมองจากการพึ่งพางบประมาณเพียงอย่างเดียว ไปสู่ Growth & Sustainability Model
8. สร้างเครือข่ายและความร่วมมือใหม่ — เชื่อมมหาวิทยาลัยกับโลกภายนอก
เดินหน้าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพ และภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นว่าความร่วมมือทุกฉบับต้องไม่จบเพียงการลงนาม แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เกิดกิจกรรมอะไร นิสิตได้อะไร คณะได้อะไร และมหาวิทยาลัยได้อะไร
9. ยกระดับ International Graduate Experience — ต่างชาติต้องเข้ามาแล้วเดินได้ทั้งระบบ
ทบทวนกระบวนการสำหรับนิสิตต่างชาติ ตั้งแต่การสมัคร การรับเข้า การเรียน การสอบ การทำวิทยานิพนธ์ การสำเร็จการศึกษา ตลอดจนการประสานเรื่องวีซ่า เพื่อมุ่งสร้างระบบที่เป็นมาตรฐานเดียว ลดความซ้ำซ้อน และทำให้มหาวิทยาลัยพร้อมรองรับการเพิ่มขึ้นของนิสิตนานาชาติอย่างแท้จริง
10. ลงพื้นที่พบทุกคณะ — “ฟังของจริง ก่อนแก้ของจริง”
ใช้การ Road Show และการพูดคุยโดยตรงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับฟัง Pain Point ของแต่ละคณะ เพราะปัญหาของบัณฑิตศึกษาไม่สามารถมองจากส่วนกลางเพียงด้านเดียว ข้อมูลที่ได้รับจึงถูกนำกลับมาใช้ในการปรับระเบียบ กระบวนการบริการ ระบบติดตาม และการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทจริง
11. เปลี่ยน Feedback ให้กลายเป็นระบบ QC–QA ที่ป้องกันปัญหาได้
เริ่มวางแนวทางนำกรณีร้องเรียน ข้อพิพาท และกรณีที่นิสิตดำเนินคดีกับมหาวิทยาลัยมาจัดทำเป็น Case Study และ Gap Analysis เพื่อค้นหาช่องโหว่ของกระบวนการทั้งด้าน Quality Control (QC) และ Quality Assurance (QA) และนำบทเรียนไปสร้าง Preventive & Response Plan เพื่อให้มหาวิทยาลัยไม่เพียง “แก้เมื่อเกิดเหตุ” แต่สามารถ “ป้องกันก่อนเกิดเหตุ”
12. ลดความซ้ำซ้อนและสร้างเจ้าภาพที่ชัดเจน — Right Job, Right Owner, Right Time
ปรับแนวทางการบริหารภายในให้แต่ละฝ่ายเห็นบทบาทและความรับผิดชอบของตนเองชัดขึ้น ลดการทำงานซ้ำ ลดการส่งงานวน และเน้นว่าทุกภารกิจสำคัญต้องมี Owner + Timeline + Output + KPI เพื่อให้สามารถติดตามได้ว่าใครทำอะไร เมื่อใด และสำเร็จในระดับใด
13. สร้างวัฒนธรรม “Change Forward” — เปลี่ยนเพื่อเดินหน้า ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะของเดิมไม่ดี
สร้างบรรยากาศการทำงานที่ให้คุณค่ากับประสบการณ์เดิม แต่พร้อมปรับกระบวนการที่ไม่ตอบโจทย์อนาคต เปิดพื้นที่ให้บุคลากรสะท้อนความคิดเห็น และทำให้ผู้บริหารกับเจ้าหน้าที่ทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน คือ เร็วขึ้น ง่ายขึ้น ชัดขึ้น และเกิดประโยชน์กับนิสิตมากขึ้น
14. 99 วันแรกจึงไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการ “วางระบบ” สำหรับ 4 ปีข้างหน้า
สิ่งสำคัญที่สุดใน 99 วันนี้ไม่ใช่จำนวนโครงการหรือจำนวนการประชุม แต่คือการเริ่มสร้าง โครงสร้าง วิธีคิด ข้อมูล กลไกติดตาม และทีมงาน ที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเดินต่อได้ แม้ไม่ต้องรอคำสั่งจากคณบดีในทุกเรื่อง เป้าหมายต่อจากนี้คือทำให้ระบบที่เริ่มต้นขึ้น วัดผลได้ ขยายผลได้ และกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร
99 DAYS: จาก “การบริหารงาน” สู่ “การสร้างระบบ”
99 วันที่ผ่านมา เราไม่ได้พยายามทำทุกอย่างให้เสร็จ แต่เราเริ่มทำสิ่งที่สำคัญให้ถูกทิศทาง เปลี่ยนจากการรอปัญหาเป็นการมองเห็นปัญหาก่อน เปลี่ยนจากข้อมูลที่มีอยู่เป็นข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้ เปลี่ยนจากการทำงานแยกส่วนเป็นการทำงานร่วมกับทุกคณะ และเปลี่ยนจากคำถามว่า “บัณฑิตวิทยาลัยต้องทำอะไร” เป็นคำถามที่ผมใช้กับทุกงานว่า “มหาวิทยาลัยได้อะไร และนิสิตได้อะไร”
เพราะสุดท้ายความสำเร็จของบัณฑิตวิทยาลัย ไม่ได้วัดจากว่าบัณฑิตวิทยาลัยทำงานมากเพียงใด แต่วัดจากว่าเราทำให้นิสิตจบได้อย่างมีคุณภาพ คณะ ทำงานได้ง่ายขึ้น และมหาวิทยาลัยแข็งแรงขึ้นได้มากเพียงใด
— นี่คือ 99 วันแรก และเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Change Forward
ดูโพสต์ต้นฉบับบนเฟสบุ๊ค
